วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2558

สงกรานต์

สงกรานต์
สงกรานต์เป็นคำสันสกฤต หมายถึง "การเคลื่อนย้าย" ซึ่งเป็นการอุปมาถึงการเคลื่อนย้ายของการประทับในจักรราศี คือการเคลื่อนขึ้นปีใหม่ในความเชื่อของไทยและบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สงกรานต์สืบทอดมาแต่โบราณคู่กับตรุษ จึงเรียกรวมกันว่า ประเพณีตรุษสงกรานต์ หมายถึง ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เดิมวันที่จัดเทศกาลกำหนดโดยการคำนวณทางดาราศาสตร์ แต่ปัจจุบันระบุแน่นอนว่า 13 ถึง 15 เมษายน วันขึ้นปีใหม่ไทยเป็นวันเริ่มปีปฏิทินของไทยจนถึง พ.ศ. 2431 จากนั้นวันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่จนถึง พ.ศ. 2483[3]
พิธีสงกรานต์เป็นพิธีกรรมที่เกิดขึ้นในสมาชิกในครอบครัว หรือชุมชนบ้านใกล้เรือนเคียง แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปสู่สังคมวงกว้าง และมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนทัศนคติและความเชื่อไป ในความเชื่อดั้งเดิมใช้สัญลักษณ์เป็นองค์ประกอบหลักในพิธี ได้แก่ การใช้น้ำเป็นตัวแทน แก้กันกับความหมายของฤดูร้อน ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ ใช้น้ำรดให้แก่กันเพื่อความชุ่มชื่น มีการขอพรจากผู้ใหญ่ การรำลึกและกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับ สังคมไทยสมัยใหม่เกิดประเพณีกลับบ้านในเทศกาลสงกรานต์ นับวันสงกรานต์เป็นวันครอบครัว ในพิธีเดิมมีการสรงน้ำพระที่นำสิริมงคล เพื่อให้เป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่มีความสุข ปัจจุบันมีการประชาสัมพันธ์ในเชิงท่องเที่ยวว่าเป็น Water Festival หรือ สงครามน้ำ[4] ซึ่งตัดส่วนที่เป็นความเชื่อดั้งเดิมไป

วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2558

ลังกาวี

ลังกาวี (มาเลย์Langkawi) หรือ ลังกาวี อัญมณีแห่งไทรบุรี (มาเลย์Langkawi Permata Kedahลังกาวี เปร์มาตา กดะห์) ตั้งอยู่ในทะเลอันดามันใกล้ฝั่งทะเลตะวันตกเฉียงเหนือของคาบสมุทรมาเลเซีย ขึ้นกับรัฐเกดะห์ ประเทศมาเลเซีย
ลังกาวีห่างจากเกาะตะรุเตาของประเทศไทยเพียง 4 กิโลเมตร อยู่ห่างจากเมืองกัวลาปะลิสประมาณ 30 กิโลเมตร และเมืองกัวลาเกดะห์ 51 กิโลเมตร ประกอบด้วยกลุ่มเกาะเมืองร้อนจำนวน 99 เกาะ และเป็นที่รู้จักของชาวไทยและมาเลเซียจากตำนานของมะห์สุหรี สตรีผู้ถูกประหารด้วยความอยุติธรรม โดยนางได้สาปแช่งเกาะลังกาวีไว้ก่อนสิ้นใจ และการนำทายาทรุ่นที่ 7 ของเธอมาถอนคำสาป[1][2]

ที่มาของชื่อ

ชื่อของเกาะลังกาวี โดย "ลัง" ย่อมาจากคำว่า "ฮลัง" (helang) ที่แปลว่า "นกอินทรีสีน้ำตาลแดง"[3] ส่วนนาม "ลังกาวี อัญมณีแห่งไทรบุรี" (Langkawi Permata Kedah) ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านอับดุล ฮาลิม อันเป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธีกาญจนาภิเษกส่วนพระองค์ โดยตั้งนามเพื่อสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวว่าลังกาวีเป็นส่วนหนึ่งของรัฐไทรบุรี[4]

ประวัติ[แก้]

มีตำนานมุขปาฐะว่าในอดีตเกาะลังกาวีเคยมีสุลต่านปกครอง ว่ามีสตรีนามมะห์สุหรีมาเป็นคู่ครองเป็นชายารองของสุลต่าน[5] (บ้างว่าของอนุชา)[6] และได้ให้กำเนิดโอรสนาม "วันฮาเกม" ด้วยเหตุนี้มะห์สุหรีจึงมีสิทธิเป็นประไหมสุหรีได้เพราะมีบุตรเป็นชาย เป็นที่ริษยาของประไหมสุหรีภรรยาหลวง ครั้นเมื่อมีการใส่ร้ายว่ามะห์สุหรีคบชู้ องค์สุลต่านทรงสดับเช่นนั้นก็ทรงพระโกรธรับสั่งให้ประหารมะห์สุหรีเสีย ด้วยเหตุนี้นางจึงอธิษฐานว่าหากนางไม่มีความผิดขอให้โลหิตเป็นสีขาว และให้ลังกาวีไม่เจริญไปเจ็ดชั่วอายุคน ครั้นเมื่อเพชฌฆาตแทงกริช สายโลหิตของมะห์สุหรีก็พวยพุ่งเป็นสีขาวดังคำสัตย์และสิ้นใจ ญาติของมะห์สุหรีจึงนำวันฮาเกมไปตั้งรกรากยังภูเก็ต[5][6]
เมื่อครั้งที่ไทรบุรีเป็นส่วนหนึ่งราชอาณาจักรสยาม เกาะลังกาวีเป็นตำบลหนึ่งของมณฑลไทรบุรี ชื่อตำบลเกาะลังกอวี[7] ภายหลังลังกาวีได้พ้นจากการเป็นส่วนหนึ่งของสยามโดยได้ตกเป็นส่วนหนึ่งอาณานิคมของอังกฤษเช่นเดียวกับไทรบุรี ครั้นเมื่อรับเอกราชแล้วลังกาวีก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของรัฐไทรบุรีอยู่
ในปี พ.ศ. 2529 มหาเธร์ โมฮัมหมัด ได้ริเริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงเกาะลังกาวีที่เชื่อว่ามีคำสาปของมะห์สุหรี โดยพัฒนาให้ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวและรีสอร์ต โดยเขาเองได้มีส่วนช่วยในการออกแบบและวางแผนอาคารบนเกาะ[8] และได้นำศิรินทรา ยายี สตรีชาวไทยที่สืบเชื้อสายทายาทรุ่นพี่เจ็ดของมะห์สุหรีมาถอดคำสาป[6]

วันอังคารที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2557

เกาะหลีเป๊ะ หรือ เกาะลีเป๊ะ

เกาะหลีเป๊ะ หรือ เกาะลีเป๊ะ[1] เป็นเกาะกลางทะเลอยู่ในเขตจังหวัดสตูล อยู่ทางตอนใต้ของเกาะอาดัง ห่างจากแผ่นดินของจังหวัดสตูล 62 กิโลเมตร นอกเขตอำนาจการควบคุมของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตาในจังหวัดสตูล เป็นชายหาดบนเกาะที่อุดมไปด้วยท้องทะเลที่สดใสสะอาด สวยงาม เป็นเกาะที่เงียบสงบ และมีน้ำที่ตื้นเขิน จุดเด่นของทางเกาะหลีเป๊ะ คือ ความเป็นธรรมชาติของปะการังรายล้อมรอบเกาะ มีเวิ้งอ่าวที่สวยงาม หาดทรายละเอียดนิ่มนวลขาวเหมือนแป้ง เกาะหลีเป๊ะ มีชายหาดที่สำคัญ ๆ อยู่ 4 หาด ได้แก่
หาดพัทยา ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะหลีเป๊ะ เป็นเกาะที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปมากที่สุด
หาดซันไรท์ อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะหลีเป๊ะ ใกล้ ๆ กับหมู่บ้านชาวเล
หาดคาร์มา อยู่ทางตอนเหนือ ซึ่งหันหน้าเข้ากับเกาะอาดัง
หาดซันเซ็ท อยู่ทางทิศตะวันตก ซึ่งหันหน้าเข้ารับแสงของพระอาทิตย์ ตามชื่อของหาด
เกาะหลีเป๊ะ เป็นเกาะที่มีความกว้างระหว่างหัวเกาะไปถึงท้ายเกาะประมาณ 3 กิโลเมตร จัดเป็นเกาะขนาดเล็ก ถือเป็นเกาะที่อยู่สุดท้ายทางตอนใต้ของทะเลอันดามันของไทย เนื่องจากพื้นที่ถัดไปคือทะเลสากลที่เชื่อมกับทะเลของประเทศเพื่อนบ้าน คือ มาเลเซีย [1]

วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2557

สตูลแฮปปี้ทัวร์ : รับจัดทัวร์ท่องเที่ยว

“สตูล” จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีผู้คนส่วนใหญ่เป็นชาวไทยมุสลิม และยังตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลอันดามันมีเกาะแก่งที่สวยงาม อุดมด้วยธรรมชาติป่าเขาที่สมบูรณ์ สตูล มีคำขวัญประจำจังหวัดว่า “สตูล สงบ สะอาด ธรรมชาติบริสุทธิ์” ชื่อเมืองมาจากคำภาษามาลายูว่า ‘สโตย’แปลว่ากระท้อน ต่อมาได้รับการตั้งสมญานามเป็นภาษามาลายูว่า "นครสโตยมำบังสการา” แปลเป็นภาษาไทยว่า สตูล เมืองแห่งพระสมุทรเทวา หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า เกาะสวยที่กำลังไต่อันดับความนิยมอยู่ในลำดับต้นๆ อย่าง เกาะตะรุเตา เกาะอาดัง เกาะราวี เกาะหลีเป๊ะ เกาะเภตรา เกาะบุโหลน เหล่านี้ คือส่วนหนึ่งของจังหวัดสตูล และนับจากนี้ไปจะพาไปเที่ยวท่องล่องทะเล แล้วจะรู้ว่าแรงดึงดูดของมนต์เสน่ห์ทะเลสตูลนั้นมีมากขนาดไหน เริ่มจากอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของประเทศไทย นั่นก็คือ “อุทยานแห่งชาติตะรุเตา” ประกอบด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่ 51 เกาะ ได้รับการยกย่องจากองค์การ UNESCO ให้เป็นมรดกแห่งอาเซียน เพราะมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ พืชพันธุ์ สัตว์ป่า และสัตว์ทะเลนานาชนิด นอกจากความสวยงามของธรรมชาติในอุทยานฯแล้ว เรื่องราวของที่นี่ก็น่าตื่นเต้นและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อยู่ไม่น้อย เพราะ“เกาะตะรุเตา” ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด เคยเป็นทั้งสถานที่กักกันนักโทษการเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องของความโหดร้ายทารุณ และยังมีเรื่องราวของโจรสลัดตะรุเตาที่น่ากลัวคอยปล้นสะดมเรือสินค้าที่ผ่านไปมาในน่านน้ำบริเวณช่องแคบมะละกา นั่นอาจจะเป็นเรื่องราวน่ากลัวในอดีตที่ใครๆ ก็ไม่คิดอยากไปกล้ำกราย แต่ในตอนนี้ทั้งอ่าวตะโละดาบ อ่าวหินงาม อ่าวพันเตมะละกา อ่าวเมาะ อ่าวสน และอีกหลายอ่าวหลายหาดในเกาะ ที่ล้วนแต่เป็นที่ๆ มีนักท่องเที่ยวมาพักผ่อนและดำน้ำดูปะการัง และนอกจากนี้ยังมีอีกหลายๆเกาะในอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ที่กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวจากทุกสารทิศต่างมุ่งหน้าไปเที่ยวชม ซึ่งสัญลักษณ์ของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา และถือเป็นสัญลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดสตูล ที่คงจะเคยคุ้นกันก็คือ “เกาะไข่” ที่มี ‘ซุ้มประตูหินธรรมชาติ’ คอยต้อนรับผู้มาเยือน แต่ถ้าถามถึงแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเพราะมีป่าไม้ที่สมบูรณ์ มีน้ำตก และหาดทรายขาว และเป็นแหล่งปะการังที่สวยงามสมบูรณ์ติดอันดับของประเทศ ต้องยกให้ “หมู่เกาะอาดัง-ราวี” “เกาะอาดัง” มาจากคำเดิมในภาษามลายูว่า ‘อุดัง’ มีความหมายว่า ‘กุ้ง’ เพราะเคยมีกุ้งทะเลมาก เป็นเกาะที่มีหาดทรายละเอียดสวยงาม บนเกาะมีน้ำตกที่มีน้ำไหลตลอดปี คือ ‘น้ำตกโจรสลัด’ และมีจุดชมวิว ‘ผาชะโด’ ซึ่งในอดีตเคยเป็นจุดสังเกตการณ์ของโจรสลัดเพื่อเข้าโจมตีเรือสินค้า แต่ตอนนี้เป็นจุดชมวิวที่สวยงามมองลงไปจะเห็นทิวสนและแหลมทรายสีขาวของเกาะอาดัง ส่วน “เกาะราวี” ที่อยู่ห่างจากเกาะอาดังเพียง 1 ก.ม. ก็มีหาดทรายที่ขาว สวย สะอาด น้ำทะเลใส เงียบสงบ มีปะการังที่สวยเช่นกัน แต่ถ้าอยากเที่ยวชมความสวยงามของธรรมชาติ พร้อมกับสัมผัสวิถีชีวิตของชุมชนชาวเล ต้องไปที่ “เกาะสิเป๊ะ หรือ เกาะหลีเป๊ะ” ซึ่งอยู่ห่างจากเกาะอาดังไปทางใต้ประมาณ 2 ก.ม. เป็นเกาะเล็กๆ ที่มีชุมชนชาวเลที่มีภาษาและขนบธรรมเนียมประเพณีเป็นของตนเองอาศัยอยู่ จุดเด่นของเกาะหลีเป๊ะ คือ ความเป็นธรรมชาติของปะการังรอบเกาะ มีเวิ้งอ่าวที่สวยงาม หาดทรายละเอียดนิ่มเหมือนแป้ง มีอ่าวที่สวยงามชื่อ "อ่าวพัทยา"และ "หาดชาวเล" มีลักษณะโค้งเว้า ทรายขาวละเอียด ซึ่งทั้งสองหาดนี้สามารถเดินถึงกันได้ อุทยานแห่งชาติทางทะเล ที่มีความสวยงามและน่าท่องเที่ยวอีกแห่งของสตูล คือ “อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา” ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบมะละกา ทะเลอันดามัน ในคาบสมุทรอินเดียทางฝั่งตะวันตกของไทย มีสถานที่ท่องเที่ยวเด่นๆ คือ “เกาะบุโหลน” ซึ่งเป็นเกาะที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘มุกใหม่แห่งอันดามัน’ มีหาดทรายขาวสะอาด น้ำทะเลสวยใสสวย มีจุดดำน้ำตื้นและดำน้ำลึกกระจายอยู่หลายจุด ใต้ท้องทะเลอุดมไปด้วยปะการังหลากสี ในตอนกลางคืนบริเวณชายหาดมีปูเสฉวน ปูลม ให้ดู และยังเป็นจุดดูพระอาทิตย์ตกที่สวยงามจุดหนึ่งด้วย